หลวงปู่นาคมีความคิดว่าจะสร้างพระปิดตาไว้แจกศิษยานุศิษย์เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้กระทำแต่ความดีมีจิตเมตตาต่อผู้อื่น หากจะพกติดตัวหรือไว้บ้านเพื่อเป็นศิริมงคลแก่เจ้าของและคุ้มบ้านคุ้มเรือน เมื่อได้ความคิดเช่นนั้นท่านก็ออกแบบนำหุ่นขี้ผึ้ง นำโลหะเมฆพัดหล่อหลอมในเบ้า เทเนื้อเมฆพัดลงไปในแบบที่เตรียมไว้ เมื่อได้พระปิดตาตามที่ต้องการก็นำไปแต่งองค์พระให้มีนิ้วและความสวยงามเรียบร้อย ทำกรรมวิธีลงเหล็กจารหน้าหลังปลุกเสกเป็นอันว่าเสร็จครบสูตรบริบูรณ์ พระปิดตาห้วยจรเข้ได้สร้างล่วงเลยมาแล้วกว่า ๑๒๐ ปี ผู้ใดมีไว้ครอบครองถือว่ามีบุญญาวาสนา
ในสมัยที่ท่านได้จัดสร้างพระปิดตาเนื้อเมฆพัดนั้น พระปิดตาของท่านจัดว่าเป็นที่นิยมเป็นเอกอุ แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี มหานิยม เป็นหนึ่งในแดนสยามจะแสวงหาเป็นกรรมสิทธิ์นั้นยากมาก ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ ขนาดเจ้าของพระสมเด็จวัดระฆังจะขอแลกกับพระปิดตาห้วยจะต้องแถมที่นาอีก ๑ ไร่
ปัจจุบันนี้มีการทำเลียนแบบพระปิดตาห้วย โดยการนำพระห้วยรุ่นลูกศิษย์หรือเทขึ้นมาใหม่แล้วลงเหล็กจารใหม่ หลังจากนั้นทำการลบเหล็กจารให้เลือนลางเสมือนหนึ่งแลดูเหล็กจารเก่า สำหรับผู้ที่ชำนาญในการดูได้กล่าวไว้ว่าเหล็กจารทำเก่าได้แต่วิญญาณความเก่านั้นทำไม่ได้ ท่านที่จะเช่าหาเป็นเจ้าของควรพิจารณาให้ถ่องแท้ อย่าให้ความโลภเกาะกินใจ
ปิดตาห้วยหลวงปู่นาคนั้นท่านได้จัดสร้างหลายเนื้อ อาทิเช่นเนื้อเมฆพัด เนื้อตะกั่ว เนื้อดินขุยปู ส่วนการลงเหล็กจารนั้นมีหลายสูตร สูตรย่อ สูตรสั้น สูตรยาว ไม่ว่าสูตรใดก็แล้วแต่นับว่าเป็นการจารที่สมบูรณ์ทุกๆ องค์ตามความประสงค์ผู้จัดสร้าง ศักดิ์สิทธิ์เท่ากัน








